คลังเก็บป้ายกำกับ: ประเทศสเปน

Madrid พลิกวิกฤติ…ด้วยเศรษฐกิจมือสอง

                นับตั้งแต่เศรษฐกิจยุโรปเข้าสู่ภาวะวิกฤติในปี 2008 ประกอบกับภาวะฟองสบู่แตกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศและปัญหาการขาดดุลการคลังสะสม สเปนในฐานะสมาชิกสหภาพยุโรปก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักมาเป็นเวลาหลายปี แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่รุมเร้า หนึ่งในไม่กี่กิจการที่ดูเหมือนจะไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศนี้ คือธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง ซึ่งยังนำไปสู่การแลกเปลี่ยนและการจ้างงานที่ไม่พึ่งแม้แต่ระบบเงินตรามาตรฐานที่ใช้กันในปัจจุบัน โดยมีเมืองหลวง “มาดริด” เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อุตสาหกรรมใหม่นี้ที่ได้ทิ้งร่องรอยเบาะแสไว้ทั่วทุกมุมเมือง
                                              ‘Taboo’ becomes ‘To-Buys’
              อาจดูไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลาดสินค้ามือสองจะเฟื่องฟูในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่สำหรับสเปน นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลถึงพฤติกรรมการจับจ่ายในระยะยาว เพราะแม้การซื้อขายสินค้ามือสองจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในสหรัฐฯ รวมถึงหลายประเทศในยุโรปมานาน แต่สำหรับสเปน ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 5 ทุกๆ ปีนับตั้งแต่อำนาจเผด็จการยุคนายพลฟรังโกหมดลงในทศวรรษที่ 1980 ผู้คนก็มุ่งหาแต่สินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด
               “หลายปีที่แล้ว คนสเปนจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจว่า การซื้อสินค้ามือสองที่เคยมีคนใช้มาก่อนหมายถึงว่าพวกเขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อของใหม่” โจอานา คอนิลล์ นักวิจัยเรื่องวัฒนธรรมเศรษฐกิจทางเลือก มหาวิทยาลัยเปิดแห่งกาตาลุญญา (Universitat Oberta de Catalunya) กล่าว
             หลายฝ่ายต่างมองตรงกันว่า พิษเศรษฐกิจที่รุมเร้า คือปัจจัยหลักที่ทำให้ทัศนคติของผู้บริโภคสเปนต่อสินค้ามือสองเปลี่ยนไป หลายปีที่ผ่านมา ร้านขายเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้มือสองจำนวนมากผุดขึ้นตามถนนสายสำคัญในสเปน สินค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ของมีตำหนิ แต่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ผ่านการเก็บรักษาอย่างดี ทั้งยังขายในราคาย่อมเยา จากการสำรวจของบริษัทวิจัยตลาด Simple Lógica พบว่า ในปี 2012 ประชากรสเปนที่บรรลุนิติภาวะและเคยซื้อหรือขายสินค้ามือสอง มีสัดส่วนถึงร้อยละ 50.7 เพิ่มขึ้นจากสองปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 10 ขณะที่จำนวนรถยนต์มือสองในตลาดรถยนต์สเปนก็เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 5 ในปี 2007 เป็นร้อยละ 70 ในปี 2012 โดยรถมากกว่าครึ่งมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี
 
              Cash Converters ร้านขายปลีกสินค้ามือสองสัญชาติออสเตรเลียซึ่งเข้ามาเปิดกิจการในสเปนตั้งแต่ปี 1995 ได้ขยายสาขาเพิ่มในสเปนถึง 60 แห่งในระหว่างปี 2002 – 2014 รวมเป็น 82 แห่ง ในแต่ละปี ร้านค้าแห่งนี้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้มากกว่า 100,000 เครื่อง วิดีโอเกม 500,000 เครื่อง และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้เริ่มแคมเปญรับประกันสินค้าหนึ่งปี ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงจูงใจและความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าหันมาบริโภคสินค้าประเภทนี้มากยิ่งขึ้น
                ด้านธุรกิจร้านเสื้อผ้ามือสอง ลูกค้าของพวกเขาก็ไม่ได้มีเพียงชาวต่างชาติและผู้อพยพอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงชาวสเปนตั้งแต่วัยเกษียณอายุที่มีเงินเก็บแค่พออยู่รอด ไปจนถึงผู้บริหารที่มองหาสูทที่ตัดเย็บอย่างดีสำหรับการนัดพบสำคัญ โนเอมี โลรอโน เจ้าของร้านเสื้อผ้ามือสอง Figure ในย่านชนชั้นกลางแชมเบรีของมาดริดเล่าว่า ตั้งแต่ช่วงปี 2012 เริ่มมีลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนเข้ามาที่ร้านมากขึ้น โดยเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง-สูง ในขณะที่โคลอมเบียนส์ อาร์มานโด แอร์นานเดส และ มารีเบล โคโลเนีย เจ้าของกิจการรับทำกรอบรูปที่ซบเซามานาน ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเมื่อพวกเขาเริ่มติดประกาศรับซ่อมเฟอร์นิเจอร์ ตอนนี้ร้าน Terracotta จึงเต็มไปด้วยโต๊ะ เก้าอี้ และตู้เสื้อผ้าชำรุดที่ลูกค้านำมาฝากไว้
Madrid4.jpg
© flickr.com-photos-promomadrid
                                                            City of Markets
             แม้ว่าชาวสเปนหัวเก่าจะไม่เห็นด้วยกับการหารายได้ด้วยการนำของใช้ที่ตัวเองไม่ต้องการแล้วมาจำหน่าย แต่การเดินตลาดนัดซึ่งมีทั้งสินค้ามือหนึ่งและมือสองให้เลือกสรรในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็เป็นกิจกรรมยอดนิยมของชาวเมืองมาดริดและผู้มาเยือนมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดที่มีข้าวของทุกประเภทที่จะจินตนาการออก หรือตลาดที่เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าเฉพาะอย่าง
              – El Rastro: ตลาดนัดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ทุกๆ วันอาทิตย์ พื้นที่ในจัตุรัส Plaza de Cascorro และบริเวณใกล้เคียงจะพลุกพล่านไปด้วยฝูงชนและแผงขายของหลายพันแผง ที่นี่มีทุกอย่างที่ทุกคนมองหา ทั้งของมือหนึ่งและมือสอง ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับแปลกๆ ของใช้ในบ้าน ของสะสมโบราณ ไปจนถึงชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
Madrid1.jpg stamp market.jpg
© flickr.com/photos/bdodge
           Stamps and Coins Market: ตลาดแสตมป์และเหรียญในจัตุรัส Plaza Mayor เป็นหนึ่งในตลาดนัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาดริด ที่ซึ่งนักล่าแสตมป์และเหรียญทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น พร้อมใจกันมานำเสนอและมองหาขุมทรัพย์ที่พวกเขาชื่นชอบในวันอาทิตย์
          Cuesta de Moyano: ตลาดนัดหนังสือถาวรซึ่งยึดครองพื้นที่ติดกับสวนสาธารณะ Retiro เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 1925 นักสะสมหนังสือมืออาชีพจะเดินทางจากทั่วโลกเพื่อมาต่อรองซื้อขายกันที่นี่ ตลาดโมยาโนมีหนังสือมากกว่า 300,000 เรื่องจากหลากหลายสาขา มีทั้งหนังสือหายากและหนังสือเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 หรือหนังสือที่ปัจจุบันไม่ตีพิมพ์แล้ว ไปจนถึงฉบับตีพิมพ์ล่าสุด ทั้งหมดวางอยู่บนแผงขายหนังสือไม้สนขนาด 15 ตารางเมตรจำนวน 30 แผง ซึ่งได้รับการดูแลซ่อมแซมให้ยังคงรูปแบบเดิมจนถึงปัจจุบัน
            Paintings Flea Market: ตลาดนัดภาพเขียนในจัตุรัส Plaza Conde de Barajas แห่งนี้ จัดขึ้นโดยสมาคมจิตรกรแห่งมาดริด ผู้มาเยือนสามารถเลือกซื้อภาพเขียน ทั้งที่เป็นสำเนาภาพเขียนชื่อดัง และงานของแท้จากศิลปิน รวมทั้งเดินชมผลงานที่จัดแสดงอยู่ตลอดเส้นทาง
Lost & Found Market
เทศกาลตลาดนัด Lost & Found เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีข้าวของที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว สามารถจองพื้นที่ในงานเพื่อนำสินค้ามาจำหน่ายให้แก่เจ้าของคนใหม่ โดยมีกฎเหล็กว่าสินค้าทุกชิ้นที่นำมาขายจะต้องเป็นของมือสองเท่านั้น พร้อมกับชูแนวคิดเรื่องการใช้และจัดการกับข้าวของอย่างคุ้มค่า “Reduce Reuse Recycle (3R)” เทศกาลจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในมาดริดเมื่อเดือนมิถุนายน 2015 ที่ศูนย์วัฒนธรรม Conde Duque หลังจากที่เริ่มจัดต่อเนื่องในบาร์เซโลนามาตั้งแต่ปี 2007

Madrid6.jpg
© youtube.com
 
Lost & Found Market แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่ Art Space พื้นที่แสดงผลงานศิลปะของศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมด้วยเวิร์กช็อปที่เกี่ยวข้อง เช่น การดัดแปลงเสื้อผ้า การทำเครื่องดนตรีจากวัสดุรีไซเคิล ฯลฯ Market Space สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองที่คัดเลือกแล้วว่ามีความน่าสนใจและมีคุณภาพ Open Space เพื่อให้ทุกคนได้แสดงความเห็นอย่างเสรีผ่านการเสวนา และยังมีจุดแลกหนังสือที่สามารถนำหนังสือที่ไม่ต้องการแล้วมาแลกกับหนังสือที่คนอื่นๆ นำมาวางไว้ นอกจากนี้ ยังมี Children’s Space พื้นที่ให้ความรู้เรื่องการจัดการของใช้ด้วยหลัก 3R แก่ผู้เข้าร่วมงานวัยใสผ่านเกมและเวิร์กช็อปต่างๆ รวมถึง Chef’s Space พื้นทีจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม และ Music Space ที่มีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีและดีเจผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันในงาน
Madrid5.jpg
© youtube.com
 
Madrid2.jpg
© facebook.com-percentilkids-
 
Second Hand Go Online 
หลุยส์ อองฮิล และเพื่อนๆ เริ่มก่อตั้ง Percentil เว็บไซต์ขายเสื้อผ้าเด็กมือสอง ในมาดริดเมื่อปี 2012 เปิดโอกาสให้พ่อแม่ที่มีเสื้อผ้าของลูกวัยกำลังโตนำสินค้ามาขายต่อได้ โดยแจ้งขอรับกระเป๋าเพื่อนำไปบรรจุเสื้อผ้าที่ต้องการขาย ก่อนจะส่งให้พวกเขาตรวจสอบคุณภาพ ทำการอัพเดทภาพและรายละเอียดสินค้าลงบนหน้าเว็บไซต์ พร้อมระบุราคาใหม่ของสินค้ามือสองที่ ‘ดูเหมือนใหม่ (quasi-new)’ เหล่านี้ เทียบกับราคาเต็มเพื่อขายต่อให้แก่ผู้ที่ต้องการ ในปี 2014 Percentil ได้รับเงินทุนจำนวน 1 ล้านเหรียญยูโร จาก Active Venture Partners เพื่อเดินหน้าพัฒนาระบบการรับซื้อสินค้าทั่วยุโรป พร้อมกับพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มไลน์เสื้อผ้าสตรีมือสองในชื่อ Percentil Woman ในอนาคต
ตัวเลขการซื้อขายสินค้ามือสองในโลกออนไลน์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการสำรวจของเว็บไซต์ขายสินค้ามือสองสำหรับเด็ก Percentil.com และ Parabebes.com ในปี 2013 พบว่ามีพ่อแม่ชาวสเปนที่ซื้อสินค้ามือสองร้อยละ 36 และอีกร้อยละ 40 ก็มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อของมือสองบนเว็บไซต์ หากทางร้านมีบริการรับคืนและรับประกันสินค้า
โยมเมอ โกมา ผู้จัดการทั่วไปของ Segundamano เว็บไซต์สินค้ามือสองออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในสเปน รายงานว่าในเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เว็บไซต์มีอัตราการลงโฆษณาบนหน้าเว็บสูงขึ้นถึง 4 เท่า และยอดผู้เข้าใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 2.5 ล้านครั้งเป็น 10 ล้านครั้ง ส่วน Pikeando เว็บไซต์ภาษาสเปนสำหรับซื้อขายเฟอร์นิเจอร์อีเกียมือสอง ก็มียอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น 3 เท่าทุกปี เฉลี่ย 150,000 ครั้งต่อเดือน
A Second Chance to Share
Abrete Sesamo (Open Sesame) เป็นหนึ่งในร้านขายของมือสองจำนวนมากที่เกิดขึ้นใจกลางเมืองมาดริดในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ต่างจากร้านอื่นๆ ก็คือการซื้อสินค้าในร้านนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด ลูกค้าเพียงจ่ายค่าลงทะเบียนสมาชิกเล็กน้อย และนำของใช้ที่ไม่ต้องการแล้วมาแลกแต้มเพื่อใช้ซื้อของในร้านเท่านั้น “พวกเขาจะจ่ายเงินยูโรเพื่อซื้อแต้มก็ได้ แต่เราจะคิดในราคาที่แพงกว่า เพราะเราอยากกระตุ้นให้คนนำของที่ไม่ใช้แล้วมาแลก” เอมมานูเอลลา เชนา เจ้าของร้านอธิบาย
Madrid10.jpg
© madrilanea.com                                                                   © madridmegustas.com
ร้านของเอมมานูเอลลาเป็นหนึ่งในองค์กรและห้างร้านในสเปนที่หันมาพึ่งพาระบบการแลกเปลี่ยนสิ่งของโดยไม่ใช้เงิน (Barter System) ในภาวะการเงินฝืดเคือง เช่นเดียวกับในปี 2010 ที่ ซาบีโน ลีเอบานา เจ้าของบริษัท Atodatinta ผู้จัดจำหน่ายเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์อะไหล่ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน เลือกจ่ายค่าเช่าสำนักงานส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ให้เช่าด้วยเครื่องพิมพ์ ตลับหมึก และคอมพิวเตอร์ของบริษัท
Time Bank
นอกจาก “สิ่งของ” แล้ว “บริการ” ก็เป็นทรัพย์สินอีกประเภทที่ชาวสเปนนำมาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติที่สเปนมีอัตราการว่างงานถึงหนึ่งในสี่ของประเทศ (ปี 2012) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรปรองจากกรีซ ในขณะที่รัฐบาลเองก็จำต้องตัดลดค่าใช้จ่ายและสวัสดิการผู้ว่างงานลงเพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศไว้ “เวลา” จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนมีเหลือเฟือยิ่งกว่า “เงิน” ในกระเป๋า
หลายปีที่ผ่านมา มีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนบริการในระดับบุคคล ด้วยระบบที่เรียกว่า “ธนาคารเวลา (Time Bank)” ในสเปนจำนวนมาก โดยดำเนินการเหมือนธนาคารทั่วไป แต่จะกำหนดให้ “เวลา” เป็นเหมือนสกุลเงินใหม่ที่ใช้เฉพาะกลุ่ม เพื่อให้สมาชิกใช้ทักษะและเวลาของตนเองมาแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลืออื่นๆ จากเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมรถ ทาสีกำแพงห้อง ทำอาหาร เช็ดกระจก สอนภาษา สอนเด็กทำการบ้าน ฯลฯ
แม่ของคามิเลีย กิล ช่วยรีดผ้าและทำความสะอาดให้สมาชิกคนหนึ่ง เธอนำ “เวลา” ที่ได้จากการทำงาน มาจ้างคริสตินา อัลเทเบิลให้ติวภาษาอังกฤษให้ลูกสาวของเธอ ส่วนคริสตินาเองก็นำเวลาที่ได้ไปเรียนพีลาทิสและขอให้เพื่อนสมาชิกอีกคนที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ช่วยออกแบบเรซูเม่ใหม่ให้เธอ
สมาชิกที่เข้าร่วมในระบบธนาคารเวลาจะมีสมุดบัญชีที่ระบุจำนวนเงิน (เวลา) ของตนเอง โดยมีเลขานุการทำหน้าที่ตรวจสอบ หลายกลุ่มใช้ระบบออนไลน์ ทำให้สมาชิกสามารถลงทะเบียนเพื่อสร้างโปรไฟล์ในระบบ พร้อมทั้งระบุทักษะงานของตนเองและงานที่ต้องการหาคนมาช่วยผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย ในขณะที่บางกลุ่มใช้วิธีการจ่ายเช็คเป็นสกุลเงินเฉพาะที่ตั้งขึ้นเอง
“สำหรับฉัน มันเป็นเรื่องดีที่ได้รู้ว่าเวลาของฉันมีค่าเท่ากับเวลาของคนอื่นๆ ไม่มีความแตกต่างระหว่างหนึ่งชั่วโมงที่ใช้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ กับหนึ่งชั่วโมงที่ใช้ทำความสะอาด” โลลา ซานเช หนึ่งในสมาชิกธนาคารกล่าว ระบบธนาคารเวลาจึงเป็นเหมือนประตูที่ทำให้ผู้คนค้นพบและตระหนักถึงอำนาจของการมีปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมชาติคนอื่นๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อที่ตัวเองได้กินได้ใช้ แต่รวมถึงการได้ผลัดกันเป็นผู้ผลิต ผู้สอน หรือผู้ให้เงินทุนแก่กันและกัน
การสำรวจในปี 2012 พบว่ามีกลุ่มธนาคารเวลาเกิดขึ้นทั่วสเปนมากกว่า 325 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิกตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 400 คน นั่นหมายความว่ามีประชากรชาวสเปนหลายหมื่นคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในระบบการแลกเปลี่ยน และทำให้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหมือนสนามทดลองเรื่องระบบการเงินทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของยุคสมัย
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกังวลว่า การเพิ่มขึ้นของชุมชนแลกเปลี่ยนซึ่งอยู่นอกระบบเศรษฐกิจเหล่านี้ จะยิ่งผลักให้เศรษฐกิจสเปนอยู่นอกการควบคุมของรัฐและทำให้ประเทศสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษี เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้ทำงานแลกเงิน แต่ทำเพื่อแลกกับงาน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้เสียภาษีเงินได้ “หนึ่งในกฎของธนาคารเวลาก็คือ งานที่คุณทำให้สมาชิกคนอื่นๆ จะต้องไม่ใช่งานที่ต้องทำต่อเนื่อง ลองคิดดูว่าถ้าคุณสอนภาษาอังกฤษให้สมาชิกคนหนึ่ง แล้วเขาเกิดอยากจะให้คุณสอนให้ทุกสัปดาห์ คุณก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะในทางทฤษฎี สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เสียภาษีก็จะสามารถฟ้องคุณได้ในฐานะที่คุณไม่ได้เสียภาษี” ฮูลีโอ กิสเบิร์ต นายธนาคารซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษากลุ่มธนาคารเวลาหลายกลุ่มในสเปนอธิบาย
แม้ว่าผลกระทบที่อาจเกิดจากการจ้างงานนอกระบบจะยังเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ แต่เชื่อว่าการที่ชาวสเปนได้หันกลับมามองหา มองเห็น และใช้ประโยชน์จาก “คุณค่า” ของสิ่งของ ทักษะ และเวลาที่ตนมีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ย่อมเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจวิกฤติที่กำลังเผชิญ และพร้อมจะเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง ไม่ช้าก็เร็ว