คลังเก็บหมวดหมู่: การพนัน

ลักษณะการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ

1.  ลักษณะการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาประเภทต่าง ๆ

     การบาดเจ็บจากการกีฬาเกิดขึ้นได้เสมอ และเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งจะมีตำแหน่งการบาดเจ็บที่แตกต่างกันไป  ขึ้นอยู่กับการใช้งานส่วนของอวัยวะนั้นหนักไปทางใด ของการเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการให้ความสำคัญ กับส่วนที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ จึงควรทราบเพื่อการป้องกันการบาดเจ็บ ในการเล่นกีฬาต่อไป
ธีรวัฒน์  กุลทนันทน์ (2548 : 26) ได้กล่าวถึงตำแหน่งที่บาดเจ็บของแต่ละชนิดกีฬาไว้ ดังนี้

ชนิดกีฬา

ตำแหน่งที่บาดเจ็บมากที่สุด

ตำแหน่งที่บาดเจ็บรองลงมาตามลำดับ

ฟุตบอล หัวเข่า ข้อเท้า  ต้นขา  และหลัง
กรีฑา ขา หัวเข่า  ข้อเท้า  ต้นขา  และหลัง
รักบี้ฟุตบอล ต้นขาและเข่า ไหล่  ข้อเท้า  และขา
วอลเลย์บอล ข้อเข่า ข้อเท้า  หลัง  ไหล่  มือและนิ้วมือ
บาสเกตบอล ข้อเข่า ข้อเท้า  หลัง  มือและนิ้วมือ เท้าและนิ้วเท้า
แบดมินตัน ข้อเข่า ข้อเท้า  หลัง  ไหล่  และข้อศอก
เทนนิส ข้อศอก ข้อเข่า  หลัง  ข้อมือ  และไหล่

2.  สาเหตุของอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา

     สำหรับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬานั้น  สุนทร  แม้นสงวน
(2545 : 334) ได้กล่าวไว้ว่าอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา อาจแยกสาเหตุออกได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

  • สาเหตุจากตัวผู้เล่น
  • สาเหตุจากวิธีการเล่น
  • สาเหตุจากอุปกรณ์

2.1 สาเหตุจากตัวผู้เล่น 

   2.1.1 ความไม่พร้อมของร่างกาย  ผู้เล่นมีร่างกายไม่สมบูรณ์ หรือมีโรคประจำตัว  เช่น  โรคหัวใจ
หอบหืด  ลมชัก หรืออาจฝึกซ้อมไม่เพียงพอ
2.1.2.ความไม่เหมาะสมกับประเภทของกีฬา  อาจจะเป็นเพราะรูปร่าง  ความคล่องตัว  ไหวพริบ  พละกำลัง
2.1.3 ความแตกต่างของสภาพจิตใจ  แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ
1) ประเภทขี้ขลาด หรือหวาดกลัวการเล่น  อยากทำแต่กลัว
2) ประเภทกล้า บ้าบิ่น โอ้อวด  ถ้าขาดการควบคุมทางจิตใจ สมาธิแล้ว มักเกิดอุบัติเหต
2.1.4 การบาดเจ็บในอดีต  นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บแล้วยังไม่หายดี  หรือหายแล้วแต่ยังมีอาการกลัว  เมื่อกระทำซ้ำคล้ายแบบเดิมก็จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกได้  อาจจะกลัวที่จะโดนซ้ำที่เดิม  หรือไม่สามารถใช้ส่วนที่เคยได้รับบาดเจ็บได้  เมื่อพยายามใช้ก็เกิดการบาดเจ็บขึ้น
2.1.5 การขาดความระมัดระวังต่อการเล่น  เกิดความประมาท  เลินเล่อ
2.1.6 ไม่มีทักษะ หรือขาดความรู้ในการเล่นกีฬาประเภทนั้น ๆ
2.1.7 การเตรียมพร้อมก่อนลงแข่งขัน
1) ชุดแข่งขัน  เสื้อผ้า  ถุงเท้า รองเท้า ที่ไม่เหมาะสมกับชนิดกีฬา
2) การอบอุ่นร่างกายไม่เพียงพอ หรือไม่เหมาะกับชนิดกีฬานั้น
3)อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยอาจไม่ครบ หรือขาดประสิทธิภาพ
2.1.8 ขาดคุณธรรมในการเล่น  คดโกงเพื่อชัยชนะ หรือใช้ยากระตุ้น

2.2 สาเหตุจากวิธีการเล่น

     อุบัติเหตุในการเล่นกีฬามีสาเหตุจากวิธีการเล่น ดังที่ สุนทร  แม้นสงวน (2545 : 245 -246) ดังนี้
2.2.1 ไม่เคารพกฎกติกา  เล่นนอกกติกา  อันเนื่องมาจากผู้ควบคุมฝึกสอนละเลย  ผู้ตัดสินควบคุมไม่ดีพอ  เมื่อฝ่ายหนึ่งทำได้อีกฝ่ายก็โต้ตอบบ้าง  เพราะคิดว่าเป็นวิธีการเล่น  ความรุนแรงจึงเกิดขึ้นจนเป็นอุบัติเหตุ
2.2.2 การเล่นโดยขาดการควบคุม  ไม่เข้าใจวิธีการเล่น  อยากเล่นทั้งที่ไม่รู้จักหลักวิธีการเล่นที่ถูกต้อง  เช่น  การยิงธนู  ยิงปืน  รักบี้ฟุตบอล  บางเกตบอล เป็นต้น
นอกจากนี้ กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ  กรมพลศึกษา (2534 : 4) ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
2.2.3 การเล่นตามลำพัง การที่ครูหรือผู้ฝึกสอนปล่อยให้เล่นกันเองตามลำพัง  มักก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้เสมอ  เพราะเด็กยังไม่มีทักษะในการเล่นที่ดีเพียงพอ และมักขาดความระมัดระวัง
2.2.4 การขาดผู้นำที่มีทักษะในการฝึกหลายหน่วยงานหรือโรงเรียนมักมีครูพลศึกษาหรือผู้นำในการฝึกกีฬา ไม่เพียงพอ

2.3 สาเหตุจากอุปกรณ์การเล่น

     กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ  กรมพลศึกษา (2534 : 4)  กล่าวถึง อุปกรณ์การเล่นกีฬาที่เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ไว้ดังนี้
2.3.1 เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายที่ไม่เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ และชนิดของกิจกรรมกีฬา  เช่น  สวมรองเท้าแตะ  นุ่งกางเกงยีนส์  ทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการเล่นและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
2.3.2 อุปกรณ์การเล่นไม่ได้มาตรฐาน หรือเกิดการชำรุดบกพร่อง ไม่ถูกประเภท  ไม่ได้ขนาดที่เหมาะสมกับผู้เล่น  เช่น  ราวเดี่ยว  ราวคู่  หีบกระโดด ไม้เทนนิส เป็นต้น
2.3.3 สนามหรือโรงฝึกกีฬาที่ไม่ปลอดภัย  มีหลุมมีบ่อ  มีเศษวัสดุ  อิฐ  เศษแก้ว หรือจัดวางของไม่เป็นระเบียบ

3.  การป้องกันอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา

     ชุมพล  ปานเกตุ (2540 :104-114) กล่าวถึงการบาดเจ็บทางการกีฬาว่า
การบาดเจ็บจะเกิดได้ 2 ประเภท คือ การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด และการบาดเจ็บอันเนื่องมาจากการใช้งานเกินกำหนด  การบาดเจ็บทั้งสองประเภทนี้
อาจเกิดขึ้นเนื่องจาก สาเหตุภายในตัวนักกีฬาเอง หรือ เกิดขึ้นเนื่องจากสาเหตุภายนอกตัวนักกีฬา  เนื่องจากการฝึกซ้อมกีฬาจำเป็นต้องการ การฝึกซ้อมเป็นระยะเวลานาน ๆ ดังนั้น
อุบัติเหตุที่มักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ คือการใช้งานของอวัยวะต่าง ๆ มากเกินกำหนด การบาดเจ็บจึงเกิดขึ้นบ่อย และเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ฝึกสอนควรให้ความสนใจให้มาก

การบาดเจ็บของนักกีฬา
อุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้งานมากเกินไป
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด

ตัวอย่าง เช่น การบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย  การเจ็บตรงกระดูกหน้าแข้ง

สาเหตุภายใน
ตัวนักกีฬา

ตัวอย่างเช่น
การกระตุกของกล้ามเนื้อ การฉีกขาดของเอ็น
ตัวอย่างเช่น
การพองของผิวหนังเท้า

สาเหตุภายนอก
ตัวนักกีฬา

ตัวอย่าง เช่น จักรตกใส่ศีรษะ
เกิดบาดแผลจากการหกล้ม

แผนภูมิแสดงการบาดเจ็บทั้ง 2  ประเภท

     ผู้ฝึกสอนควรจำไว้เสมอว่า นักกีฬาทุกคนจะมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในการฝึกซ้อมพอๆ กับการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่มิได้เป็นกิจกรรมทางกีฬา เช่น อาจจะตกบันได หรือลื่นตกขั้นบันไดได้ง่ายๆ เหมือนคนที่ไม่ใช่นักกีฬา และไม่ว่าจะระมัดระวังอย่างไร อุบัติเหตุก็ยังเกิดขึ้นได้เสมอ  แต่ถ้าได้ระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ก็ช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุลงได้บ้าง  การป้องกันการบาดเจ็บนั้นดีกว่าการรักษา จึงควรมีมาตรการป้องกันที่เฉพาะเจาะจงลงไป    ซึ่งผู้ฝึกสอนควรรู้มาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุในการฝึกซ้อมและแข่งขันกีฬา  และที่สำคัญคือต้องมีการปฏิบัติตามมาตรการนั้นอย่างจริงจังอีกด้วย โดยการใช้มาตรการ การป้องกันการบาดเจ็บนั้น  เราแบ่งออกเป็น 6 อย่าง คือ

    1. การป้องกันโดยอาศัยทักษะ (Prevention through skill)
    2. การป้องกันโดยความสมบูรณ์ของร่างกาย (Prevention through fitness)
    3. การป้องกันโดยโภชนาการ  (Prevention  through  nutrition)
    4. การป้องกันโดยการอบอุ่นร่างกาย  (Prevention  through  warm-up)
    5. การป้องกันโดยสิ่งแวดล้อม (Prevention through environment)
    6. การป้องกันโดยการรักษา  (Prevention  through treatment)

ส่วน กองส่งเสริมพลศึกษาและสุขภาพ กรมพลศึกษา (2534:5–6) กล่าวว่า การป้องกันอุบัติเหตุในการเล่นกีฬา  ควรมีดังนี้
1. การป้องกันด้านตัวผู้เล่น
1.1  การรักษาสุขภาพของร่างกาย  เช่น  การพักผ่อน  อาหาร  อาการผิดปกติ
1.2  การควบคุมอารมณ์
1.3 การเรียนรู้วิธีการและทักษะในการเล่นกีฬา
2. การป้องกันด้านการเล่น
2.1  การเลือกเล่นกีฬาให้ปลอดภัย  โดยคำนึงถึงวัย
2.2  การเรียนรู้อุบัติเหตุและข้อควรระวังในการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
2.3  การดูแลและควบคุมการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
3. การป้องกันด้านอุปกรณ์การเล่น
3.1  การแต่งกาย
3.2  การดูแลอุปกรณ์และเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ

Madrid พลิกวิกฤติ…ด้วยเศรษฐกิจมือสอง

                นับตั้งแต่เศรษฐกิจยุโรปเข้าสู่ภาวะวิกฤติในปี 2008 ประกอบกับภาวะฟองสบู่แตกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภายในประเทศและปัญหาการขาดดุลการคลังสะสม สเปนในฐานะสมาชิกสหภาพยุโรปก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักมาเป็นเวลาหลายปี แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่รุมเร้า หนึ่งในไม่กี่กิจการที่ดูเหมือนจะไม่เพียงอยู่รอด แต่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศนี้ คือธุรกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสอง ซึ่งยังนำไปสู่การแลกเปลี่ยนและการจ้างงานที่ไม่พึ่งแม้แต่ระบบเงินตรามาตรฐานที่ใช้กันในปัจจุบัน โดยมีเมืองหลวง “มาดริด” เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่อุตสาหกรรมใหม่นี้ที่ได้ทิ้งร่องรอยเบาะแสไว้ทั่วทุกมุมเมือง
                                              ‘Taboo’ becomes ‘To-Buys’
              อาจดูไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตลาดสินค้ามือสองจะเฟื่องฟูในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่สำหรับสเปน นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลถึงพฤติกรรมการจับจ่ายในระยะยาว เพราะแม้การซื้อขายสินค้ามือสองจะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในสหรัฐฯ รวมถึงหลายประเทศในยุโรปมานาน แต่สำหรับสเปน ประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยร้อยละ 5 ทุกๆ ปีนับตั้งแต่อำนาจเผด็จการยุคนายพลฟรังโกหมดลงในทศวรรษที่ 1980 ผู้คนก็มุ่งหาแต่สินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด
               “หลายปีที่แล้ว คนสเปนจะรู้สึกกระอักกระอ่วนใจว่า การซื้อสินค้ามือสองที่เคยมีคนใช้มาก่อนหมายถึงว่าพวกเขาไม่มีเงินพอที่จะซื้อของใหม่” โจอานา คอนิลล์ นักวิจัยเรื่องวัฒนธรรมเศรษฐกิจทางเลือก มหาวิทยาลัยเปิดแห่งกาตาลุญญา (Universitat Oberta de Catalunya) กล่าว
             หลายฝ่ายต่างมองตรงกันว่า พิษเศรษฐกิจที่รุมเร้า คือปัจจัยหลักที่ทำให้ทัศนคติของผู้บริโภคสเปนต่อสินค้ามือสองเปลี่ยนไป หลายปีที่ผ่านมา ร้านขายเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้มือสองจำนวนมากผุดขึ้นตามถนนสายสำคัญในสเปน สินค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ของมีตำหนิ แต่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ผ่านการเก็บรักษาอย่างดี ทั้งยังขายในราคาย่อมเยา จากการสำรวจของบริษัทวิจัยตลาด Simple Lógica พบว่า ในปี 2012 ประชากรสเปนที่บรรลุนิติภาวะและเคยซื้อหรือขายสินค้ามือสอง มีสัดส่วนถึงร้อยละ 50.7 เพิ่มขึ้นจากสองปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 10 ขณะที่จำนวนรถยนต์มือสองในตลาดรถยนต์สเปนก็เพิ่มขึ้น จากร้อยละ 5 ในปี 2007 เป็นร้อยละ 70 ในปี 2012 โดยรถมากกว่าครึ่งมีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี
 
              Cash Converters ร้านขายปลีกสินค้ามือสองสัญชาติออสเตรเลียซึ่งเข้ามาเปิดกิจการในสเปนตั้งแต่ปี 1995 ได้ขยายสาขาเพิ่มในสเปนถึง 60 แห่งในระหว่างปี 2002 – 2014 รวมเป็น 82 แห่ง ในแต่ละปี ร้านค้าแห่งนี้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือได้มากกว่า 100,000 เครื่อง วิดีโอเกม 500,000 เครื่อง และเมื่อเร็วๆ นี้ยังได้เริ่มแคมเปญรับประกันสินค้าหนึ่งปี ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงจูงใจและความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าหันมาบริโภคสินค้าประเภทนี้มากยิ่งขึ้น
                ด้านธุรกิจร้านเสื้อผ้ามือสอง ลูกค้าของพวกเขาก็ไม่ได้มีเพียงชาวต่างชาติและผู้อพยพอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงชาวสเปนตั้งแต่วัยเกษียณอายุที่มีเงินเก็บแค่พออยู่รอด ไปจนถึงผู้บริหารที่มองหาสูทที่ตัดเย็บอย่างดีสำหรับการนัดพบสำคัญ โนเอมี โลรอโน เจ้าของร้านเสื้อผ้ามือสอง Figure ในย่านชนชั้นกลางแชมเบรีของมาดริดเล่าว่า ตั้งแต่ช่วงปี 2012 เริ่มมีลูกค้าหน้าใหม่แวะเวียนเข้ามาที่ร้านมากขึ้น โดยเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง-สูง ในขณะที่โคลอมเบียนส์ อาร์มานโด แอร์นานเดส และ มารีเบล โคโลเนีย เจ้าของกิจการรับทำกรอบรูปที่ซบเซามานาน ก็ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามเมื่อพวกเขาเริ่มติดประกาศรับซ่อมเฟอร์นิเจอร์ ตอนนี้ร้าน Terracotta จึงเต็มไปด้วยโต๊ะ เก้าอี้ และตู้เสื้อผ้าชำรุดที่ลูกค้านำมาฝากไว้
Madrid4.jpg
© flickr.com-photos-promomadrid
                                                            City of Markets
             แม้ว่าชาวสเปนหัวเก่าจะไม่เห็นด้วยกับการหารายได้ด้วยการนำของใช้ที่ตัวเองไม่ต้องการแล้วมาจำหน่าย แต่การเดินตลาดนัดซึ่งมีทั้งสินค้ามือหนึ่งและมือสองให้เลือกสรรในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็เป็นกิจกรรมยอดนิยมของชาวเมืองมาดริดและผู้มาเยือนมาเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดที่มีข้าวของทุกประเภทที่จะจินตนาการออก หรือตลาดที่เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าเฉพาะอย่าง
              – El Rastro: ตลาดนัดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ทุกๆ วันอาทิตย์ พื้นที่ในจัตุรัส Plaza de Cascorro และบริเวณใกล้เคียงจะพลุกพล่านไปด้วยฝูงชนและแผงขายของหลายพันแผง ที่นี่มีทุกอย่างที่ทุกคนมองหา ทั้งของมือหนึ่งและมือสอง ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับแปลกๆ ของใช้ในบ้าน ของสะสมโบราณ ไปจนถึงชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
Madrid1.jpg stamp market.jpg
© flickr.com/photos/bdodge
           Stamps and Coins Market: ตลาดแสตมป์และเหรียญในจัตุรัส Plaza Mayor เป็นหนึ่งในตลาดนัดที่เก่าแก่ที่สุดในมาดริด ที่ซึ่งนักล่าแสตมป์และเหรียญทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น พร้อมใจกันมานำเสนอและมองหาขุมทรัพย์ที่พวกเขาชื่นชอบในวันอาทิตย์
          Cuesta de Moyano: ตลาดนัดหนังสือถาวรซึ่งยึดครองพื้นที่ติดกับสวนสาธารณะ Retiro เริ่มจัดมาตั้งแต่ปี 1925 นักสะสมหนังสือมืออาชีพจะเดินทางจากทั่วโลกเพื่อมาต่อรองซื้อขายกันที่นี่ ตลาดโมยาโนมีหนังสือมากกว่า 300,000 เรื่องจากหลากหลายสาขา มีทั้งหนังสือหายากและหนังสือเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 หรือหนังสือที่ปัจจุบันไม่ตีพิมพ์แล้ว ไปจนถึงฉบับตีพิมพ์ล่าสุด ทั้งหมดวางอยู่บนแผงขายหนังสือไม้สนขนาด 15 ตารางเมตรจำนวน 30 แผง ซึ่งได้รับการดูแลซ่อมแซมให้ยังคงรูปแบบเดิมจนถึงปัจจุบัน
            Paintings Flea Market: ตลาดนัดภาพเขียนในจัตุรัส Plaza Conde de Barajas แห่งนี้ จัดขึ้นโดยสมาคมจิตรกรแห่งมาดริด ผู้มาเยือนสามารถเลือกซื้อภาพเขียน ทั้งที่เป็นสำเนาภาพเขียนชื่อดัง และงานของแท้จากศิลปิน รวมทั้งเดินชมผลงานที่จัดแสดงอยู่ตลอดเส้นทาง
Lost & Found Market
เทศกาลตลาดนัด Lost & Found เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นแหล่งซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่มีข้าวของที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว สามารถจองพื้นที่ในงานเพื่อนำสินค้ามาจำหน่ายให้แก่เจ้าของคนใหม่ โดยมีกฎเหล็กว่าสินค้าทุกชิ้นที่นำมาขายจะต้องเป็นของมือสองเท่านั้น พร้อมกับชูแนวคิดเรื่องการใช้และจัดการกับข้าวของอย่างคุ้มค่า “Reduce Reuse Recycle (3R)” เทศกาลจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในมาดริดเมื่อเดือนมิถุนายน 2015 ที่ศูนย์วัฒนธรรม Conde Duque หลังจากที่เริ่มจัดต่อเนื่องในบาร์เซโลนามาตั้งแต่ปี 2007

Madrid6.jpg
© youtube.com
 
Lost & Found Market แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่ Art Space พื้นที่แสดงผลงานศิลปะของศิลปินรุ่นใหม่ พร้อมด้วยเวิร์กช็อปที่เกี่ยวข้อง เช่น การดัดแปลงเสื้อผ้า การทำเครื่องดนตรีจากวัสดุรีไซเคิล ฯลฯ Market Space สำหรับซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามือสองที่คัดเลือกแล้วว่ามีความน่าสนใจและมีคุณภาพ Open Space เพื่อให้ทุกคนได้แสดงความเห็นอย่างเสรีผ่านการเสวนา และยังมีจุดแลกหนังสือที่สามารถนำหนังสือที่ไม่ต้องการแล้วมาแลกกับหนังสือที่คนอื่นๆ นำมาวางไว้ นอกจากนี้ ยังมี Children’s Space พื้นที่ให้ความรู้เรื่องการจัดการของใช้ด้วยหลัก 3R แก่ผู้เข้าร่วมงานวัยใสผ่านเกมและเวิร์กช็อปต่างๆ รวมถึง Chef’s Space พื้นทีจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม และ Music Space ที่มีการแสดงดนตรีจากวงดนตรีและดีเจผลัดเปลี่ยนกันมาสร้างสีสันในงาน
Madrid5.jpg
© youtube.com
 
Madrid2.jpg
© facebook.com-percentilkids-
 
Second Hand Go Online 
หลุยส์ อองฮิล และเพื่อนๆ เริ่มก่อตั้ง Percentil เว็บไซต์ขายเสื้อผ้าเด็กมือสอง ในมาดริดเมื่อปี 2012 เปิดโอกาสให้พ่อแม่ที่มีเสื้อผ้าของลูกวัยกำลังโตนำสินค้ามาขายต่อได้ โดยแจ้งขอรับกระเป๋าเพื่อนำไปบรรจุเสื้อผ้าที่ต้องการขาย ก่อนจะส่งให้พวกเขาตรวจสอบคุณภาพ ทำการอัพเดทภาพและรายละเอียดสินค้าลงบนหน้าเว็บไซต์ พร้อมระบุราคาใหม่ของสินค้ามือสองที่ ‘ดูเหมือนใหม่ (quasi-new)’ เหล่านี้ เทียบกับราคาเต็มเพื่อขายต่อให้แก่ผู้ที่ต้องการ ในปี 2014 Percentil ได้รับเงินทุนจำนวน 1 ล้านเหรียญยูโร จาก Active Venture Partners เพื่อเดินหน้าพัฒนาระบบการรับซื้อสินค้าทั่วยุโรป พร้อมกับพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มไลน์เสื้อผ้าสตรีมือสองในชื่อ Percentil Woman ในอนาคต
ตัวเลขการซื้อขายสินค้ามือสองในโลกออนไลน์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการสำรวจของเว็บไซต์ขายสินค้ามือสองสำหรับเด็ก Percentil.com และ Parabebes.com ในปี 2013 พบว่ามีพ่อแม่ชาวสเปนที่ซื้อสินค้ามือสองร้อยละ 36 และอีกร้อยละ 40 ก็มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อของมือสองบนเว็บไซต์ หากทางร้านมีบริการรับคืนและรับประกันสินค้า
โยมเมอ โกมา ผู้จัดการทั่วไปของ Segundamano เว็บไซต์สินค้ามือสองออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในสเปน รายงานว่าในเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เว็บไซต์มีอัตราการลงโฆษณาบนหน้าเว็บสูงขึ้นถึง 4 เท่า และยอดผู้เข้าใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 2.5 ล้านครั้งเป็น 10 ล้านครั้ง ส่วน Pikeando เว็บไซต์ภาษาสเปนสำหรับซื้อขายเฟอร์นิเจอร์อีเกียมือสอง ก็มียอดผู้เข้าชมเพิ่มขึ้น 3 เท่าทุกปี เฉลี่ย 150,000 ครั้งต่อเดือน
A Second Chance to Share
Abrete Sesamo (Open Sesame) เป็นหนึ่งในร้านขายของมือสองจำนวนมากที่เกิดขึ้นใจกลางเมืองมาดริดในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ต่างจากร้านอื่นๆ ก็คือการซื้อสินค้าในร้านนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสด ลูกค้าเพียงจ่ายค่าลงทะเบียนสมาชิกเล็กน้อย และนำของใช้ที่ไม่ต้องการแล้วมาแลกแต้มเพื่อใช้ซื้อของในร้านเท่านั้น “พวกเขาจะจ่ายเงินยูโรเพื่อซื้อแต้มก็ได้ แต่เราจะคิดในราคาที่แพงกว่า เพราะเราอยากกระตุ้นให้คนนำของที่ไม่ใช้แล้วมาแลก” เอมมานูเอลลา เชนา เจ้าของร้านอธิบาย
Madrid10.jpg
© madrilanea.com                                                                   © madridmegustas.com
ร้านของเอมมานูเอลลาเป็นหนึ่งในองค์กรและห้างร้านในสเปนที่หันมาพึ่งพาระบบการแลกเปลี่ยนสิ่งของโดยไม่ใช้เงิน (Barter System) ในภาวะการเงินฝืดเคือง เช่นเดียวกับในปี 2010 ที่ ซาบีโน ลีเอบานา เจ้าของบริษัท Atodatinta ผู้จัดจำหน่ายเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์อะไหล่ที่ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน เลือกจ่ายค่าเช่าสำนักงานส่วนหนึ่งให้แก่ผู้ให้เช่าด้วยเครื่องพิมพ์ ตลับหมึก และคอมพิวเตอร์ของบริษัท
Time Bank
นอกจาก “สิ่งของ” แล้ว “บริการ” ก็เป็นทรัพย์สินอีกประเภทที่ชาวสเปนนำมาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติที่สเปนมีอัตราการว่างงานถึงหนึ่งในสี่ของประเทศ (ปี 2012) ซึ่งสูงเป็นอันดับสองในสหภาพยุโรปรองจากกรีซ ในขณะที่รัฐบาลเองก็จำต้องตัดลดค่าใช้จ่ายและสวัสดิการผู้ว่างงานลงเพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศไว้ “เวลา” จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนมีเหลือเฟือยิ่งกว่า “เงิน” ในกระเป๋า
หลายปีที่ผ่านมา มีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนบริการในระดับบุคคล ด้วยระบบที่เรียกว่า “ธนาคารเวลา (Time Bank)” ในสเปนจำนวนมาก โดยดำเนินการเหมือนธนาคารทั่วไป แต่จะกำหนดให้ “เวลา” เป็นเหมือนสกุลเงินใหม่ที่ใช้เฉพาะกลุ่ม เพื่อให้สมาชิกใช้ทักษะและเวลาของตนเองมาแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลืออื่นๆ จากเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมรถ ทาสีกำแพงห้อง ทำอาหาร เช็ดกระจก สอนภาษา สอนเด็กทำการบ้าน ฯลฯ
แม่ของคามิเลีย กิล ช่วยรีดผ้าและทำความสะอาดให้สมาชิกคนหนึ่ง เธอนำ “เวลา” ที่ได้จากการทำงาน มาจ้างคริสตินา อัลเทเบิลให้ติวภาษาอังกฤษให้ลูกสาวของเธอ ส่วนคริสตินาเองก็นำเวลาที่ได้ไปเรียนพีลาทิสและขอให้เพื่อนสมาชิกอีกคนที่เป็นกราฟิกดีไซเนอร์ช่วยออกแบบเรซูเม่ใหม่ให้เธอ
สมาชิกที่เข้าร่วมในระบบธนาคารเวลาจะมีสมุดบัญชีที่ระบุจำนวนเงิน (เวลา) ของตนเอง โดยมีเลขานุการทำหน้าที่ตรวจสอบ หลายกลุ่มใช้ระบบออนไลน์ ทำให้สมาชิกสามารถลงทะเบียนเพื่อสร้างโปรไฟล์ในระบบ พร้อมทั้งระบุทักษะงานของตนเองและงานที่ต้องการหาคนมาช่วยผ่านทางเว็บไซต์ได้เลย ในขณะที่บางกลุ่มใช้วิธีการจ่ายเช็คเป็นสกุลเงินเฉพาะที่ตั้งขึ้นเอง
“สำหรับฉัน มันเป็นเรื่องดีที่ได้รู้ว่าเวลาของฉันมีค่าเท่ากับเวลาของคนอื่นๆ ไม่มีความแตกต่างระหว่างหนึ่งชั่วโมงที่ใช้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ กับหนึ่งชั่วโมงที่ใช้ทำความสะอาด” โลลา ซานเช หนึ่งในสมาชิกธนาคารกล่าว ระบบธนาคารเวลาจึงเป็นเหมือนประตูที่ทำให้ผู้คนค้นพบและตระหนักถึงอำนาจของการมีปฏิสัมพันธ์เชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมชาติคนอื่นๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อที่ตัวเองได้กินได้ใช้ แต่รวมถึงการได้ผลัดกันเป็นผู้ผลิต ผู้สอน หรือผู้ให้เงินทุนแก่กันและกัน
การสำรวจในปี 2012 พบว่ามีกลุ่มธนาคารเวลาเกิดขึ้นทั่วสเปนมากกว่า 325 กลุ่ม โดยแต่ละกลุ่มมีสมาชิกตั้งแต่ 50 ไปจนถึง 400 คน นั่นหมายความว่ามีประชากรชาวสเปนหลายหมื่นคนที่เข้ามามีส่วนร่วมในระบบการแลกเปลี่ยน และทำให้ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหมือนสนามทดลองเรื่องระบบการเงินทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของยุคสมัย
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์หลายคนกังวลว่า การเพิ่มขึ้นของชุมชนแลกเปลี่ยนซึ่งอยู่นอกระบบเศรษฐกิจเหล่านี้ จะยิ่งผลักให้เศรษฐกิจสเปนอยู่นอกการควบคุมของรัฐและทำให้ประเทศสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษี เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้ทำงานแลกเงิน แต่ทำเพื่อแลกกับงาน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้เสียภาษีเงินได้ “หนึ่งในกฎของธนาคารเวลาก็คือ งานที่คุณทำให้สมาชิกคนอื่นๆ จะต้องไม่ใช่งานที่ต้องทำต่อเนื่อง ลองคิดดูว่าถ้าคุณสอนภาษาอังกฤษให้สมาชิกคนหนึ่ง แล้วเขาเกิดอยากจะให้คุณสอนให้ทุกสัปดาห์ คุณก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะในทางทฤษฎี สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เสียภาษีก็จะสามารถฟ้องคุณได้ในฐานะที่คุณไม่ได้เสียภาษี” ฮูลีโอ กิสเบิร์ต นายธนาคารซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษากลุ่มธนาคารเวลาหลายกลุ่มในสเปนอธิบาย
แม้ว่าผลกระทบที่อาจเกิดจากการจ้างงานนอกระบบจะยังเป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบ แต่เชื่อว่าการที่ชาวสเปนได้หันกลับมามองหา มองเห็น และใช้ประโยชน์จาก “คุณค่า” ของสิ่งของ ทักษะ และเวลาที่ตนมีอยู่ให้คุ้มค่ามากที่สุด ย่อมเป็นการเริ่มต้นที่ทำให้เข้าใจวิกฤติที่กำลังเผชิญ และพร้อมจะเดินหน้าต่ออย่างมั่นคง ไม่ช้าก็เร็ว

ทำไมนักกีฬา eSports ต้องมีสังกัด?

ผมเล่นเกมเก่ง ผมอยากเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต จำเป็นด้วยหรอที่ผมต้องมีค่าย มีสังกัด โน่นนี่ ให้วุ่นวาย?

 

เจอคำถามแบบนี้ ถึงกับไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว แต่จริงๆ ก็น่าคิดนะครับ ทำไมละ ในเมื่อเกมที่เล่นบางเกม ก็เล่นคนเดียว หรือต่อให้เป็นเกมที่เล่นหลายคนก็ตาม ก็แค่รวมพวก รวมกลุ่ม สร้างทีม ฝึกซ้อม ก็น่าจะเล่นได้แล้วนี่ ทำไมต้องหาค่าย หาสังกัด ยิ่งถ้าไม่รู้จักอะไรใครเลย เป็นเกมเมอร์ประจำตำบล จะเอาสังกัดที่ไหนมาอยู่

 

          แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ !!!!

 

มองไปรอบๆ ตัว นักกีฬามืออาชีพ ไม่ว่าจะกีฬาประเภทไหนก็ตาม เล่นเดี่ยว เล่นทีม ก็จะต้องมีสปอนเซอร์ด้วยกันทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น กีฬามหาชน ทั่วโลก อย่างฟุตบอล โลโก้ต่างๆ ที่ประดับประดา อยู่ที่หน้าอกเสื้อทีมนั่น สนนราคา หลักแสน หลักล้าน หรือหลักสิบล้านกันเลยทีเดียว กีฬาที่เล่นคนเดียวก็เช่นกัน เทนนิส กอล์ฟ ทั่วทั้งตัวนักกีฬา ก็จะมีการโชว์ ยี่ห้อ   โชว์แบรนด์สินค้า นั่น โน่น นี่ เต็มไปหมด ยิ่งถ้าเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียง จะหยิบ จะจับอะไรก็ดูเป็นเงินเป็นทองไปหมด

 

กีฬา ถ้าเล่นแบบมือสมัครเล่น ไม่ได้จริงจัง ก็เท่ากับเป็นการออกกำลังกาย เป็นความสนุก เป็นกิจกรรมที่ใช้สนับสนุนการมีชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมของมนุษย์เรา แต่ถ้าเล่นกันจนเป็นอาชีพ มันก็ต่างไป ธุรกิจต่างๆ ก็จะเริ่มเข้ามามีบทบาท

 

frusha dreamhack
flusha Fnatic CS:GO

 

ถามว่าดีไหม ถูกต้องไหม อันนั้นแล้วแต่จะคิด ใช้วิจารณญาณกันเอาเอง แต่บอกได้เลย ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีทุน การถึงฝั่งฝัน การเป็นนักกีฬามืออาชีพ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว ต้นทุนของการเล่นกีฬาแต่ละประเภท อาจจะแตกต่างกันไป ถูกบ้าง แพงบ้าง แล้วแต่เครื่องไม้เครื่องมือในการเล่น การซ้อมก็เช่นกัน การเป็นกีฬามืออาชีพ แปลว่าการซ้อมคือสิ่งสำคัญ ที่จะต้องทำทุกวัน สม่ำเสมอ ทุ่มเทใข้เวลาในส่วนนี้อย่างเต็มที่ กีฬาบางชนิดอย่าง กรีฑา ระยะสั้น ใช้เวลาแค่ ไม่เกิน 10 วินาที ในการแข่งขัน แต่เวลาที่ทุ่มเทให้กับการซ้อม อาจจะหมายถึงทั้งชีวิตของนักกีฬาคนนั้นๆ เลยทีเดียว

 

กลับมาที่ อีสปอร์ตกันบ้าง มันไม่ง่ายเลย กับการที่เด็กคนหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง จะเติบโตขึ้นมาจนเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตมืออาชีพ การทุ่มเทในการซ้อม การฝึก สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ทีมเวิร์ดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่ซ้อมกันอย่างจริงจังจนถึงขั้นรู้ใจ

 

          แล้วถ้าไม่มีเงิน ไม่มีสถานที่ ไม่มีอุปกรณ์ จะทำได้ไหม คำตอบคือ ไม่ได้แน่ๆ

 

มองโลก ในมุมโลกสวย เด็กกลุ่มหนึ่งหลักเลิกเรียน รวมกลุ่มกันซ้อม ที่ร้านเกมใกล้ๆ โรงเรียน จนเก่ง เข้าขากัน แข่งที่ไหนก็ชนะ ด้วย gaming gear ที่พอซื้อได้ราคาไม่แพง และนั่นแปลว่า พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเข้าใจด้วยว่าลูกไม่ได้เอาแต่เล่นเกมจนเสียคน แต่เค้าเหล่านั้นกำลังซ้อมเพื่อเป็นนักกีฬาอีสปอร์ต (กรณีนี้ ยิ่งค่อนข้างหายากสักหน่อย เหอๆ) ถึงเวลาแข่ง ไม่มีต้นสังกัด ไม่มีเงิน ค่าตั๋วไปแข่งต่างประเทศละ ค่าที่พักละ?

 

อดนะครับ ขอบอก

 

เคยได้ยินสุภาษิตจีนที่ว่า “เงินจ้างผีโม่แป้ง” กันไหมครับ ความจริงก็คล้ายกันแบบนี้แหละครับ แทบไม่ได้ต่าง เงินทุน แน่นอนได้มา เจ้าของสินค้าก็ต้องการโฆษณาสินค้า แต่คนที่รับเงินเพื่อโปรโมท ถ้าทำทุกอย่างด้วยความมุ่งหวังที่ว่า เงินเหล่านั้น จะนำพาชื่อเสียง มาให้ตัวเอง มาให้ทีม และท้ายที่สุดคือมาให้ประเทศชาติ ให้คนนอกวงการเห็นกันสักทีว่า วงการเกมก็สร้างขื่อเสียงได้ไม่แพ้วงการอื่น นั่นต่างหาก จุดประสงค์

 

สู้ไปด้วยกันนะครับ อีสปอร์ตไทย อย่าให้อคติ มาทำลายความก้าวหน้าของวงการเลยครับผม